เดินเร็วไม่นาน กับ เดินช้าแต่นาน แบบไหนดีกว่า? เปิดวิจัยคำตอบผิดคาด แถมมีผลต่ออายุยืน!

เดินเร็วไม่นาน กับ เดินช้าแต่นาน แบบไหนดีกว่า? เปิดวิจัยคำตอบผิดคาด แถมมีผลต่ออายุยืน!

เดินเร็วไม่นาน กับ เดินช้าแต่นาน แบบไหนดีกว่า? เปิดวิจัยคำตอบผิดคาด แถมมีผลต่ออายุยืน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เดินเร็วกับเดินช้าแต่นาน แบบไหนดีกว่า? เปิดผลวิจัยเดินเร็ว 15 นาที พร้อมเทียบประโยชน์กับ เดินช้าแต่นาน เผยมีผลต่อ "อายุยืน"

มีเวลาเดินเร็วเพียง 15 นาที กับเดินช้า ๆ ได้นานเป็นชั่วโมง แบบไหนดีกับสุขภาพมากกว่ากัน? คำตอบคือ การเดินเร็วช่วยเพิ่มความหนักในการออกกำลังกายและกระตุ้นหัวใจได้มากกว่าในเวลาเท่ากัน แต่ไม่ได้หมายความว่าการเดินช้าไม่มีประโยชน์ เพราะผลที่ได้รับยังขึ้นอยู่กับระยะเวลา ความสม่ำเสมอ และสุขภาพของผู้เดินด้วย การเลือกให้เหมาะกับร่างกายจึงสำคัญกว่าการพยายามเดินให้เร็วที่สุด

งานวิจัยพบอะไรเกี่ยวกับการเดินเร็ววันละ 15 นาที?

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Preventive Medicine ปี 2025 ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเดินกับการเสียชีวิต โดยใช้ข้อมูลจากโครงการ Southern Community Cohort Study ในสหรัฐอเมริกา กลุ่มที่นำมาวิเคราะห์มีผู้เข้าร่วม 79,856 คน และติดตามผลเป็นเวลามัธยฐานประมาณ 16.7 ปี ผลพบว่า การเดินเร็วเพียงประมาณวันละ 15 นาที สัมพันธ์กับความเสี่ยงเสียชีวิตจากทุกสาเหตุที่ต่ำลงเกือบ 20% ขณะที่การเดินช้ามากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวันสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ต่ำลงประมาณ 4% ตามการวิเคราะห์ของงานวิจัย

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเกือบ 20% ไม่ได้หมายความว่าคนเดินเร็วมีความเสี่ยงเสียชีวิตต่ำกว่าคนเดินช้าโดยตรง 20% และไม่ใช่การรับประกันว่าเดินเร็ว 15 นาทีแล้วจะอายุยืนขึ้นตามสัดส่วนนี้ งานดังกล่าวเป็นการศึกษาเชิงสังเกต จึงแสดงความสัมพันธ์ แต่ยังยืนยันเหตุและผลไม่ได้ทั้งหมด อีกทั้งคนที่เดินเร็วได้อาจมีสุขภาพพื้นฐานและสมรรถภาพดีกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่ออ่านผลวิจัย

เดินเร็วได้เปรียบอย่างไร?

เมื่อเพิ่มความเร็วในการเดิน ร่างกายต้องใช้พลังงานต่อหน่วยเวลามากขึ้น หัวใจเต้นเร็วและหายใจแรงขึ้นเพื่อรองรับการทำงานของกล้ามเนื้อ หากเดินจนถึงระดับความหนักปานกลาง การเดินนั้นสามารถนับเป็นกิจกรรมแอโรบิกตามแนวทางสุขภาพได้ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มความฟิตของหัวใจและปอด แต่มีเวลาออกกำลังกายจำกัด

อย่างไรก็ตาม “เดินเร็ว” ไม่ได้มีความเร็วเดียวที่เหมาะกับทุกคน คนที่ฟิตมากอาจต้องเดินเร็วกว่าผู้เริ่มต้นจึงจะรู้สึกเหนื่อยระดับปานกลาง ส่วนผู้สูงอายุหรือผู้มีข้อจำกัดทางสุขภาพอาจใช้ความเร็วต่ำกว่านั้นก็ได้ ความรู้สึกเหนื่อยและความสามารถในการพูดจึงช่วยประเมินความหนักได้ดีกว่าการไล่ตามตัวเลขความเร็วเพียงอย่างเดียว

เดินช้าแต่นาน ยังมีประโยชน์อะไรบ้าง?

การเดินช้าช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวและลดเวลาที่นั่งนิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่พร้อมออกกำลังกายหนัก องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ย้ำว่า การมีกิจกรรมทางกายบ้างดีกว่าไม่มีเลย และการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันก็นับว่ามีคุณค่า การเดินสบาย ๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากทำได้อย่างสม่ำเสมอและเหมาะกับความสามารถของตนเอง

แต่หากการเดินนั้นเบาจนแทบไม่ทำให้หายใจหรือหัวใจทำงานเพิ่ม ก็อาจยังไม่ตอบเป้าหมายการฝึกความฟิตเท่ากับการเดินระดับปานกลาง ขณะเดียวกัน การเดินนานขึ้นก็เพิ่มปริมาณกิจกรรมและการใช้พลังงานรวมได้ จึงไม่ควรตัดสินว่าเดินเร็วช่วงสั้นดีกว่าเดินช้าช่วงยาวในทุกด้าน เพราะต้องรู้ด้วยว่าเปรียบเทียบเวลา ระยะทาง หรือเป้าหมายสุขภาพอะไร

เทียบเดินเร็วกับเดินช้า เลือกแบบไหนให้ตรงเป้าหมาย?

ประเด็น เดินเร็ว เดินช้าหรือเดินสบาย ๆ
ความหนัก หัวใจและการหายใจทำงานเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อเทียบเวลาเท่ากัน มักเบากว่า แต่ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพของผู้เดิน
เพิ่มความฟิต เหมาะเมื่อเดินถึงระดับความหนักปานกลาง เป็นพื้นฐานก่อนค่อย ๆ เพิ่มความหนัก
การใช้พลังงาน โดยทั่วไปใช้พลังงานต่อนาทีมากกว่า เพิ่มการใช้พลังงานรวมได้ด้วยการเดินนานขึ้น
ลดเวลานั่งนิ่ง ทำได้ หากแทรกช่วงเดินระหว่างวัน เหมาะกับการลุกเดินบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน
ผู้เริ่มต้น ควรเพิ่มความเร็วตามความพร้อม เริ่มได้ง่ายกว่าและปรับระยะเวลาได้
ข้อจำกัด ไม่ควรฝืนจนเจ็บ เสียการทรงตัว หรือเหนื่อยผิดปกติ เดินนานเกินความพร้อมก็อาจทำให้ปวดหรือล้าได้

เดินเร็วแค่ไหนจึงพอ? ใช้หลัก “พูดได้ แต่ร้องเพลงไม่ไหว”

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC แนะนำวิธีประเมินความหนักแบบง่าย ๆ ด้วย Talk Test หากกำลังออกกำลังกายระดับปานกลาง จะยังพูดคุยได้ แต่ร้องเพลงต่อเนื่องได้ไม่สะดวก ส่วนระดับหนักจะพูดได้เพียงไม่กี่คำก่อนต้องหยุดหายใจ สำหรับการเดินเพื่อสุขภาพทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเร่งจนหอบมากหรือพูดแทบไม่ได้

ความเร็วในการเดินบอกสุขภาพได้ แต่ใช้วินิจฉัยโรคเพียงอย่างเดียวไม่ได้

ความเร็วในการเดินสะท้อนการทำงานร่วมกันของหลายระบบ ทั้งกล้ามเนื้อ การทรงตัว หัวใจ ปอด และระบบประสาท จึงเป็นข้อมูลหนึ่งที่บุคลากรทางการแพทย์อาจใช้ประกอบการประเมินสมรรถภาพ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ แต่การเดินช้าไม่ได้แปลว่าสุขภาพแย่เสมอไป เพราะอาจเกี่ยวข้องกับอาการปวดข้อ การบาดเจ็บ หรือข้อจำกัดอื่น การเปลี่ยนแปลงจากความสามารถเดิมของแต่ละคนจึงมีความสำคัญด้วย

เดินวันละ 15 นาทีเพียงพอหรือยัง?

การเริ่มเดินวันละ 15 นาทีเป็นก้าวที่มีประโยชน์ แต่หากเดินระดับปานกลางทุกวันจะรวมเป็น 105 นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ WHO แนะนำกิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลางสัปดาห์ละ 150–300 นาที หรือระดับหนัก 75–150 นาที หรือผสมกันในปริมาณเทียบเท่า พร้อมฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ผู้ที่ยังทำไม่ถึงสามารถเริ่มจากน้อยแล้วเพิ่มตามความพร้อม โดยไม่ต้องรอให้ทำได้ครบจึงค่อยเริ่ม

ตัวอย่างที่จัดเวลาได้ง่ายคือ เดินเร็วระดับปานกลางวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน หรือแบ่งเดินเป็นช่วงสั้น ๆ ให้สะสมครบตามเป้าหมาย สำหรับผู้สูงอายุควรมีกิจกรรมฝึกการทรงตัวและความแข็งแรงร่วมด้วย ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ควรปรับชนิดและความหนักให้เหมาะกับอาการและคำแนะนำของผู้รักษา

อยากเดินเร็วขึ้น เริ่มอย่างไรโดยไม่ฝืน?

  • เริ่มจากจังหวะที่สบาย: เดินช้าเพื่อเตรียมร่างกายก่อนเพิ่มความเร็ว
  • แทรกช่วงเดินเร็ว: เช่น เดินเร็ว 1 นาที สลับเดินสบาย 2 นาที แล้วปรับตามความพร้อม
  • เพิ่มทีละอย่าง: เลือกเพิ่มเวลาหรือความเร็วอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องเพิ่มพร้อมกันทั้งหมด
  • เลือกทางเดินปลอดภัย: ใช้พื้นเรียบ รองเท้าที่กระชับ และหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด
  • เดินสม่ำเสมอ: แทรกการลุกเดินระหว่างวัน ควบคู่กับช่วงเดินออกกำลังกาย
  • สังเกตอาการ: หากเจ็บหน้าอก หน้ามืด หรือหอบผิดปกติ ให้หยุดและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์

สรุป เดินเร็วหรือเดินช้า แบบไหนดีกว่ากัน?

หากเป้าหมายคือเพิ่มความฟิตและใช้เวลาให้คุ้มค่า การเดินเร็วระดับปานกลางมีข้อได้เปรียบ แต่การเดินช้ายังมีประโยชน์ โดยเฉพาะการลดเวลานั่งนิ่งและช่วยให้ผู้เริ่มต้นขยับร่างกายได้สม่ำเสมอ ทางเลือกที่เหมาะกับหลายคนจึงเป็นการเดินในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น แล้วเพิ่มช่วงเดินเร็วเท่าที่ร่างกายรับไหว ส่วนผลวิจัยเรื่องเดินเร็ว 15 นาทีควรใช้เป็นแรงจูงใจให้เริ่มเคลื่อนไหว ไม่ใช่สูตรรับประกันอายุยืนหรือเหตุผลให้ฝืนเดินเกินกำลัง

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล